ถิ่นรัก....พระลอ

Go down

ถิ่นรัก....พระลอ

ตั้งหัวข้อ by thaitopo on Thu Oct 06, 2011 2:32 pm





คำขวัญของจ.แพร่คือ "หม้อห้อม ไม้สัก ถิ่นรักพระลอ ช่อแฮศรีเมือง ลือเลื่องแพะเมืองผี คนแพร่นี้ใจงาม" คราวที่แล้ว ข้าพเจ้าได้เล่าเรื่องหม้อห้อมเอาไว้ มาคราวนี้ จากที่ได้ไปเยือนถิ่นรักพระลอ ที่อำเภอสอง จ. แพร่ ก็เลยอยากจะเล่าตำนานพื้นบ้านเรื่อง "พระลอ" ใหฟังกันค่ะ

จากโครงการ สอนหนังสือนอกห้องเรียน ของกลุ่มข้าพเจ้าและเพื่อนพ้อง เราได้พาเด็ก ๆ ไปซึมซับบรรยากาศของดีเมืองแพร่ ดังคำขวัญที่ได้กล่าวเอาไว้ เราจึงพาเด็ก ๆ ไปวัดพระธาตุพระลอ ที่ อ. สอง จ. หวัดแพร่ ต้นกำเนิดวรรณคดีอันลือเลื่อง "ลิลิตพระลอ" อันเป็นที่มาของเพลง ลาวเจริญศรี ซึ่งเป็นบทชมโฉมพระเพื่อนพระแพง และ เพลง "ยอยศพระลอ" อันโด่งดังของศิลปินแห่งชาติ ชินกร ไกรลาศ


เพลง "ยอยศพระลอ" นั้น ข้าพเจ้าได้ยินได้ฟังมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ด้วยเป็นเพลงที่สร้างความโด่งดังให้ศิลปินเอกอย่างชินกร ไกรลาศ เพลงอันขึ้นชื่อลือชาในท่วงทำนองอันเป็นเสน่ห์ ยากที่ผู้ใดจะเสมอเหมือน...จึงเป็นเพลงที่นักร้องลูกทุ่งหลาย ๆ คนมักนิยมนำมาร้องประกวด...ด้วยว่าเป็นเพลงที่ร้องยากนัก!!!!...


มาต่อกันเรื่องพระลอกันค่ะ อันพระลอนั้น ข้าพเจ้าก็รู้จักชื่อ...พร้อม ๆ กับรู้จักเพลงนั่นแหล่ะค่ะ แต่เรื่องราวของพระลอเป็นอย่างไรนั้น..ก็เพิ่งจะมาทราบพร้อม ๆ กับเด็ก ๆ นี่เองค่ะ..ก่อนนั้นรู้แต่ว่า พระลอรูปหล่อ..

จะว่าไปแล้วเรื่องราวของพระลอ และพระเพื่อนพระแพง ก็เป็นสัจธรรมที่เกิดขึ้นทั่วไปในโลกมนุษย์แห่งนี้ที่เต็มไปด้วย รัก โลภ โกรธ หลงล่ะค่ะ ดั่งคำที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า "ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์" ความลุ่มหลงของสองสาวพี่น้อง ชักพาให้พระลอมาสู่ความตาย ความไม่ยึดมั่นในศีลข้อ 3 ของพระลอ ชักพาพระองค์เองมาสู่หายนะเช่นกัน เรื่องย่อของพระลอนั้นมีอยู่ว่า......



พระลอนั้น เป็นเจ้าชายรูปงาม เป็นโอรสของกษัตริย์เมืองแมนสรวง สันนิษฐานว่า อยู่แถวจังหวัดเชียงราย ขึ้นครองราชย์แทนพระราชบิดา และมีพระมเหสีชื่อ พระนางลักษณาวดี ส่วนพระเพื่อนพระแพงนั้น เป็นราชธิดาฝาแฝดของเมืองเวียงสรอง คือ (อ.สองของจ.แพร่ในปัจจุบัน) ในอดีต พ่อของพระลอ ยกทัพมาตีเมืองเวียงสรอง แล้วฆ่าเสด็จปู่ของพระเพื่อนพระแพงเสียชีวิตในสงคราม ยังความแค้นให้เจ้าย่ายิ่งนัก............







สองธิดาคร่ำครวญ ใคร่จะยลโฉมพระลอ


คำร่ำลือถึงความหล่อเหลาของพระลอ ขจรขจายมาถึงเมืองเวียงสรอง ทำให้เจ้าหญิงทั้งสอง ตกหลุมรัก ใคร่อยากจะได้ชมโฉมพระลอยิ่งนัก พระพี่เลี้ยงของนางทั้งสอง ไม่รอช้า ส่งคนขับซอของราชสำนัก เข้าไปสืบความที่เมืองแมนสรวงทันที คนขับซอของเวียงสรอง ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระลอ และได้ขับซอชมโฉมพระเพื่อนพระแพงให้พระลอฟัง (ที่มาของเพลงลาวเจริญศรี)

"อายุเยา......วเรศรุ่น........เจริญศรี
พระเพื่อนพี่...แพงน้อง..........สองสมร.....

(หลังจากนี้จำไม่ได้แล้วค่ะ) ทำให้พระลอ อยากจะเห็นนางทั้งสองเช่นกัน




ส่วนคนขับซอได้เดินทางกลับมาเฝ้าพระเพื่อนพระแพง พร้อมกับขับซอชมโฉมของพระลอให้พระนางทั้งสองฟังเช่นกัน บทชมโฉมนั้นก็ดังที่ปรากฏใน เพลงยอยศพระลอ ของคุณชินกร ไกรลาศ นั่นแหล่ะค่ะ เมื่อนางทั้งสองได้ฟัง ถึงกับตกหลุมรักในทันที สั่งให้พระพี่เลี้ยงทั้งสอง เดินทางไปหาปู่เจ้าสมิงพราย เพื่อทำพิธีให้นางทั้งสองได้สมปรารถนากับพระลอ พูดง่าย ๆ ก็คือ ทำเสน่ห์ นั่นเอง






นางพี่เลี้ยงทั้งสอง เดินทางไปพบปู่เจ้าสมิงพราย..เพื่อทำเสน่ห์



ปู่เจ้าฯ นั้นมีญานวิเศษ ทราบว่า ทั้งสามคนนั้นมีกรรมร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อน จึงตกลงทำพิธีให้ คืนนั้น ระหว่างปู่เจ้าฯทำพิธี พระลอก็ทรงพระสุบินว่า มีเจ้าหญิงเลอโฉมสองนาง มานอนเคียงข้าง ตื่นเช้ามา ก็คุ้มคลั่งอยากจะออกไปตามหานางทั้งสอง แม่ของพระองค์ได้เตือนสติว่า พระองค์มีมเหสีอยู่แล้ว "ร้อยชู้หรือจะสู้เมียตน" ด้วยมนต์เสน่ห์ ทำให้พระลอ ไม่สนใจ ดึงดันที่จะออกเดินทางอย่างเดียว ในที่สุด พระองค์ก็ออกเดินทาง พร้อมพี่เลี้ยงสองนาย นายแก้วและนายขวัญ





พระลอทรงพระสุบินเห็นเจ้าหญิงเลอโฉมสองพระองค์ มานอนเคียงข้าง







ตื่นเช้ามาก็คลุ้มคลั่ง...จะไปหานางทั้งสองให้ได้...ด้วยฤทธิ์แห่งเสน่หา



ก่อนออกเดินทาง พระลอเสด็จไปลาพระนางลักษณาวดี พระชายา พระนางคลี่พระเกศาเช็ดพระบาทพระลอเป็นการอำลา




ระหว่างเดินทาง พระองค์มาหยุดพักที่ริมแม่น้ำสรอง ในครั้งนั้น ได้สติยั้งคิดว่า สิ่งที่ตนเองทำนั้นไม่ถูก รำพึงคำว่า "ร้อยชู้ หรือจะสู้เมียตน" แต่ก็ยังไม่เปลี่ยนใจ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาจะเดินทางต่อ โดยระหว่างนั้น ได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า หากจะไม่เหลือชีวิตรอดกลับไปเมืองแมนสรวง ขอให้น้ำในแม่น้ำกลายเป็นน้ำวน ก็ปรากฏว่า หลังสิ้นคำอธิษฐาน น้ำกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดง พระองค์ทราบทันทีว่า จะต้องจบชีวิตลงที่เมืองนี้แน่นอน แต่ก็ยังดันทุรังที่จะไป ด้วยอารมณ์ที่เหนือเหตุผล







เมื่อปู่เจ้าฯทราบด้วยญานทิพย์ว่า พระลอเดินทางมาถึงเมืองสรองแล้ว จึงได้ปล่อยไก่ฟ้า ไปล่อพระลอให้ตามมาจนถึงอุทยานหลวง สองนางพี่เลี้ยงได้ทราบเรื่อง จึงพาพระเพื่อนพระแพงไปพบพระลอ ทั้งสาม ตกหลุมรักซึ่งกันและกัน และลักลอบอยู่กินกันฉันสามีภรรยาที่อุทยานหลวงนั่นเอง.....................









เมื่อเสด็จมาถึง อุทยานหลวง







นางพี่เลี้ยงทั้งสองทูลเชิญพระลอพักที่ตำหนักสวนเป็นการชั่วคราว





พระเพื่อนพระแพงตัดพ้อนางพี่เลี้ยงทั้งสองที่ไม่ยอมพาไปพบกับพระลอ







ในที่สุด นางพี่เลี้ยงก็พาพระเพื่อนพระแพงเสด็จชมสวน





ผ่านไป 15 วัน พระบิดาทูลเชิญพระลอเข้าวัง หลังจากปรับความเข้าใจกันแล้ว

เวลาผ่านไป 15 วัน พระบิดาของเจ้าหญิงทั้งสองทรงทราบ ก็โกรธมาก แต่พระลอ ได้กล่าวคำขอโทษ และให้สัญญาว่า เมืองทั้งสองจะเจริญสัมพันธไมตรีเป็นมิตรที่ดีต่อกัน เสด็จพ่อจึงตกลงจะทำพิธีแต่งงานให้

แต่เมื่อความทราบถึงเจ้าย่า ความแค้นที่พระสวามีหรือเสด็จปู่ของพระเพื่อนพระแพง เคยโดนพระบิดาของพระลอฆ่าตายนั้น ทำให้เจ้าย่า ส่งทหารมาสังหารพระลอ ด้วยความรัก ทำให้พระเพื่อนและพระแพง ใช้ตัวบังลูกศรของเหล่าทหารจนเสียชีวิต ตัวพระลอเองก็ต้องศรเช่นเดียวกัน ทั้งสามคน นอนตายก่ายเกยกันอยู่บนเตียงนอนนั้นเอง ส่วนเจ้าย่าก็โดนเสด็จพ่อของนางประหารชีวิต (เจ้าย่านี้เป็นแม่เลี้ยงนะคะ)



ในพิธีศพ พระนางลักษณาวดี พระมเหสีที่ถูกต้องตามกฎหมายของพระลอ เสด็จมาร่วมพิธี พระนางทรงกรรแสงด้วยความเสียใจ เสร็จงาน อัฐิธาตุของทั้งสามถูกแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งบรรจุไว้ที่เมืองสรอง ซึ่งสันนิษฐานว่า อยู่ในพระธาตุพระลอ ที่อ.สองปัจจุบันนั่นเอง ส่วนอีกส่วนพระนางลักษณาวดีได้นำกลับไปเมืองแมนสรวง ส่วนเอาไปทำอะไรนั้น ตำนานมิได้กล่าวถึงไว้..............................







บทชมโฉมพระลอ ที่ปรากฎในวรรณคดี ลิลิตพระลอค่ะ อยากให้ดูความงดงามของภาษา

รอยรูปอิินทร์หยาดฟ้า มาอ่าองค์ในหล้า
แหล่งให้คนชม แลฤๅ ฯ

พระองค์กลมกล้องแกล้ง เอวอ่อนอรอรรแถ้ง
ถ้วนแห่งเจ้ากูงาม บารนี ฯ

โฉมผจญสามแผ่นแพ้ งามเลิศงามล้วนแล้
รูปต้องติดใจ บารนี ฯ

ฦๅขจรในแหล่งหล้า ทุกทั่วคนเที่ยวค้า
เล่าล้วนยอโฉม ท่านแล ฯ

เดือนจรัสโพยมแจ่มฟ้า ผิบได้เห็นหน้า
ลอราชไซร้ดูเดือน ดุจแล ฯ

ตาเหมือนตามฤคมาศ พิศคิ้วพระลอราช
ประดุจแก้วเกาทัณฑ์ ก่งนา ฯ

พิศกรรณงามเพริศแพร้ว กลกลีบบงกชแก้ว
อีกแก้มปรางทอง เทียบนา ฯ

ทำนองนาสิกไท้ คือเทพนฤมิตไว้
เปรียบด้วย ขอกาม ฯ

พระโอษฐ์งามยิ่งแต้ม ศศิอยู่เยียวยะแย้ม
พระโอษฐ์โอ้งามตรู บารนี ฯ



ที่มาจาก.. http://www.oknation.net/blog/print.php?id=282809

avatar
thaitopo
Admin

จำนวนข้อความ : 1570
: 24
Localisation : chiengmai
Registration date : 24/10/2006

ดูข้อมูลส่วนตัว http://thaitopo.PAGE.TL

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ