โครงการ 80 พรรษา 8 พรรณไม้หมายทางวันที่ : 16 พฤษภาคม 2550รวบรวมพันธุ์ไม้ท้องถิ่นปลูกถวาย ‘พ่อหลวง’การพัฒนาสังคมเมืองในปัจจุบัน ส่งผลให้เส้นทางการคมนาคมตามเมืองต่าง ๆ มีลักษณะที่สอดคล้องกับคำเปรียบเปรยที่ว่า “คอนกรีตล้อมเมือง” และยังสะท้อนให้เห็นว่าวิถีชีวิตชุมชนแบบในอดีตที่มีลักษณะพึ่งพิงธรรมชาตินั้นได้หล่นหายไปตามกาลเวลาอย่างเลือนลางเต็มที....
ด้วยวัยที่เปลี่ยนผ่านจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน การสั่งสมความรู้ด้านพืชพรรณต่าง ๆ มามากมาย
อาจารย์สมพร ยกตรี จึงเป็นอีกหนึ่งปูชนียบุคคลสำคัญของแม่โจ้ ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น “เก๊าไม้ล้านนา” (ภาษาท้องถิ่นใช้เรียกยกย่องผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านพรรณไม้ในภูมิภาคล้านนา) มาบอกเล่าถึงความสำคัญของ “ภูมินาม” อันหมายถึง นามของสถานที่อันเกี่ยวข้องกับภูมิประเทศในที่นั้น ๆ ซึ่งสัมพันธ์กับชุมชนวัฒนธรรมท้องถิ่น อาทิ เส้นทางคมนาคมในอดีตที่เชื่อมโยงกันเป็นโครงข่ายจากหมู่บ้านสู่ชุมชนต่าง ๆ โดยการสร้างเอกลักษณ์และจุดหมายตาที่ชัดเจนด้วยการใช้พืชพรรณหรือต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้แต่ไกลป้องกันไม่ให้หลงทาง และยังเป็นการสร้างเอกลักษณ์ที่ดีของชุมชน ทำให้เกิดการจดจำและบอกเล่าเรื่องราวของสถานที่ให้แก่ผู้พบเห็นได้ทราบถึงประวัติเบื้องหลัง เช่น บ้านป่าลานแสดงให้เห็นว่าในอดีตเคยมีดงต้นลาน บ้านหนองไคร้ ซึ่งเคยสมบูรณ์ไปด้วยต้นไคร้น้ำ ฯลฯ ภูมินามหรือชื่อเหล่านั้นบอกได้เป็นอย่างดีว่าตั้งแต่อดีตนั้นชุมชนแต่ละแห่งมีพืชพรรณไม้ท้องถิ่นที่สัมพันธ์กับความเป็นชุมชนอย่างไร
ด้วยความตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศและภูมิทัศน์ของเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบันผ่านสายตาของผู้อาวุโสและบรรดาผู้เชี่ยวชาญหลายท่านที่มาร่วมกันระดมความคิดทำให้เกิด “โครงการ 80 พรรษา 8 พรรณไม้หมายทาง” เพื่อเฉลิมพระเกียรติในปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา จึงได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน อาทิ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ นำโดย รศ.ดร.เทพ พงษ์พานิช อธิการบดี และ ผศ.ศิริชัย หงษ์วิทยากร คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม เป็นแกนนำผลักดันโครงการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ ศูนย์เพาะชำกล้าไม้แม่ออน เทศบาลตำบลแม่โจ้และสันทรายหลวง อบต. ดอนแก้ว ในการให้ความอนุเคราะห์กล้าพันธุ์ไม้ อบจ. เชียงใหม่ และแขวงการทางเชียงใหม่ ร่วมระดมความคิดและให้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางและผังเมือง เพื่อให้ต้นไม้ที่ปลูกในครั้งนี้สามารถเติบโตต่อเนื่องไปในระยะยาวโดยไม่ถูกถนนคอนกรีตและเสาไฟฟ้ารุกรานอย่างเช่นที่ผ่าน ๆ มา
อาจารย์สมพร อธิบายเพิ่มเติมว่า ไม้หมายเมือง ไม้หมายถิ่น หรือไม้หมายทาง ก็คือพันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่เคยพบเห็นในอดีตจนได้รับการขนานนามเป็นชื่อตามแหล่งพันธุ์ไม้นั้น ๆ หรือมีการปลูกเพื่อช่วยให้เกิดการจดจำแหล่งสถานที่นั้น ๆ ได้ และเพื่อให้เกิดความสวยงามที่เอื้อต่อภูมิประเทศข้างทาง ขณะนี้กำลังดำเนินการรวบรวมพันธุ์ไม้เพื่อนำมาอนุบาลให้ต้นสมบูรณ์พร้อมสำหรับการระดมกำลังปลูกโดยพร้อมเพรียงกันปลูกในราวเดือนมิถุนายนนี้ สำหรับพันธุ์ไม้ที่จะปลูกบนเส้นทางนี้นอกจากอินทนิลบกและเสลาใหญ่แล้ว ในบริเวณเส้นทางที่มีชื่อบ้านเป็นพันธุ์ไม้ใด ก็จะใช้พันธุ์ไม้ดังกล่าวปลูกให้พ้องกับภูมินามนั้น ๆ อาทิ ต้นพะยอม-บ้านสันคะยอม ต้นไคร้-บ้านหนองไคร้ ต้นแก้ว-บ้านดอนแก้ว ฯลฯ โดยจะเริ่มเส้นทางแรกคือ ทางหลวงหมายเลข 121 (ทางไปห้วยตึงเฒ่า) เริ่มต้นบริเวณสี่แยกสันคะยอม แยกหนองไคร้หลวง แยกดอนแก้ว ริมคลองชลประทาน รวมระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร นอกจากเรื่องพรรณไม้แล้วยังคำนึงถึงเรื่องทิศทางซึ่งสัมพันธ์กับสภาพถนนและแสงแดดที่ส่องเพื่อให้ร่มเงา เมื่อต้นโตถึงระยะออกดอกแล้วจะให้ภาพไหล่ทางถนนที่ร่มรื่นและมีความสวยงามเหมาะสมกับภูมิประเทศ เช่นเดียวกับ เส้นทางหลวง 1001 “แม่โจ้สายใหม่” ซึ่งในขณะนี้สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นอินทนิลที่ออกดอกสีม่วงหวานสดใสทอดยาวไปตามเส้นทางสู่แหล่งเจ้าของภูมินามอันมีดอกอินทนิลเป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยแม่โจ้
คงไม่สายเกินไปที่เราจะหันมาฟื้นฟูธรรมชาติร่วมกันอย่างมีจิตสำนึกอีกครั้ง