พระราชกรณียกิจด้านการสังคมสงเคราะห์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระองค์ได้เสด็จออกเยี่ยมเยียนประชาชนในทุกท้องที่ของประเทศแม้
แต่ในท้องถิ่นทุรกันดารห่างไกลทรงพระราชทานความช่วยเหลือแก่ผู้ยากจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้พระราชกรณียกิจด้านการสังคม
สงเคราะห์ เห็นได้จากการที่พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งมูลนิธิ " มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ " ขึ้น ความเป็นมาของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ คือ ในระหว่างวันที่ ๒๕ - ๒๖ ตุลาคม ๒๕๐๖ ได้
เกิดภัยพิบัติอันเกิดจากพายุโซนร้อนได้พัดผ่านทางตอนใต้ของประเทศไทย ยังความเสียหายให้แก่ชีวิต
ทรัพย์สินเป็นจำนวนมากในจังหวัดภาคใต้ ๑๕ จังหวัด โดยเฉพาะที่บ้านปลายแหลม ตำบลตะลุมพุก
อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยในความทุกข์อันใหญ่
หลวงของพสกนิกรในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่งได้โปรดเกล้า ฯ ให้สถานีวิทยุ อ.ส. พระราชวังดุสิตประกาศชัก
ชวนให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินและสิ่งของโดยเสด็จพระราชกุศลช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้ง
นั้นประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศตลอดจนรัฐบาลมิตรประเทศได้ช่วยบริจาคเงินและสิ่งของ
โดยเสด็จพระราชกุศลเป็นจำนวนมากเฉพาะเงินสดได้ ๑๑ ล้านบาทได้ทรงให้จัดตั้งเป็นทุนเพื่อหาดอก
ผลสำหรับเด็กยากจนอนาถาขาดบิดามารดาที่ประสบภัยในครั้งนั้นตลอดจนราษฏรผู้ประสบสาธารณ
ภัยอื่นอีกด้วย โดยโปรดเกล้า ฯ ให้ตั้งชื่อว่า " มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ " พระองค์ได้พระราชทานพระ
ราชทรัพย์เป็นทุนประเดิม ๖ ล้านบาทและพระราชทานสมทบอีกในบางโอกาสซึ่งต่อมาภายหลังมูลนิธิ
ราชประชานุเคราะห์ ได้ปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือและสงเคราะห์ผู้ประสบภัยมาโดยตลอด
นอกจากการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยแล้ว ต่อมาปรากฏว่า ท้องที่ประสบภัยขาดสถานศึกษา
และในบางแห่งในจังหวัดภาคใต้ประชาชนยากจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้จึงทรงพระกรุณาโปรด
เกล้า ฯ ให้ใช้รายได้จากดอกผลของมูลนิธิ ไปก่อสร้างโรงเรียนประถมศึกษาขึ้นและแต่ละหลังได้รับพระ
บรมราชานุญาตให้ตั้งชื่อใหม่ว่า " โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ " เรียงตามลำดับการก่อสร้างก่อนหลัง
" บุญชาวไทยได้พึ่งองค์พระทรงยศ
ด้วยปรากฏพระเมตตามหาศาล
น้อมบูชิตพร้อมกายใจในวันวาร
สนองงานพระหลากหลายถวายพระพร "